อยากเขียนเอนทรี่มีสาระมานานแล้วค่ะ ๕๕๕ 
 
อยากให้เอนทรี่นี้ถือเป็นข้อมูล ให้กับคนที่จะสอบ MUIC นะคะ
 
คือแบบว่า 
 
ตอนนี้ก็ติด MUIC แล้ว (ประกาศผลสัมภาษณ์ตั้งแต่เมื่อ 24 เดือนมกรา ดองนานไหมล่ะ ๕๕๕๕)
 
เรียกได้ว่าลอยตัวตั้งแต่เดือนที่แล้วเลย (ทิ้งโอเน็ตแกะแพะไปโหมดแย้ววว Undecided)
 
ไปสอบนี่ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยอะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
 
 
 
 
ขอออกตัวก่อนนะว่าที่เราไปสอบเนี่ย ไม่ได้ใช้ IELTS หรือ TOEFL ยื่นเข้าไปนะ (ไม่กล้าไปสอบอะ กาก ๕๕)
 
ตอนที่ไปสอบเนี่ย มีคนไปสอบประมาณ 700 กว่าคน แต่ไม่ได้ดูว่าติด PC กับ College กันกี่คน เซาะกราวก็งี้ ๕๕ เห็นเด็กโรงเรียน(ที่เราคิดว่า)เจ๋งๆอย่างไปกลัว เชื่อตัวในตัวเองดีที่สุดค่ะ
 
ความจริงแล้วคนที่ติด college ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ยื่น IELTS หรือ TOEFL เข้าไป ฉะนั้นใครอยากมีหลักประกันก็สอบ IELTS ยื่นเลย ใครกลัวเสียดายตัง(เช่นเรา)ก็ไม่ต้องสอบ ๕๕๕๕๕๕๕
 
ก่อนอื่นพูดถึงสอบข้อเขียนก่อนเลย
 
วันแรก ช่วงเช้าจะเป็นอังกฤษโทเฟิล (ITP) ช่วงบ่ายจะเป็น writing
 
ข้อสอบโทเฟิลเนี่ยจะเป็นของสอบโทเฟิลแบบ PBT ค่ะ แบบว่าเอาของเก่าๆมาออกก็ว่าได้ ถ้าใครอยากฝึกทำก็หาซื้อหนังสือ TOEFL PBT มาได้ค่ะ หรือถ้าไม่อยากเสียตังลองเสิร์ชในอากู๋ว่า ข้อสอบ toefl pbt ได้ (เราใช้วิธีหลังอะ เลวมะ ๕๕๕)
 
แนะนำให้ฝึกทำข้อสอบอย่างแรงค่ะ เพราะทำให้เรารู้ไต๋ของข้อสอบได้ 
ทำแล้วก็ลองเทียบคะแนนดู 
 
Photobucket
 
 
 
วิธีคิดคะแนนก็เอาคะแนนทั้งหมดที่เทียบแล้วมาบวกกัน เอามาคูณ 10 แล้วหาร 3 ค่ะ
 
credit : http://lc.nida.ac.th/home/content.php?c_id=1
 
ถ้าจะเอาผ่านติด college เอา 550+ ถ้าจะเอา pre college เอา 450+ ถ้าต่ำกว่านี้ต้องสอบใหม่แล้วจ้า
 
 
 
ถ้าเราจำไม่ผิด จะใช้เวลาสอบทั้งหมด 3 ชั่วโมง ข้อสอบมีทั้งหมด 3 พาร์ท ก็คือ ฟัง 50 ข้อ  เขียน 40 ข้อ แล้วก็ อ่าน 50 ข้อค่ะ
 
พาร์ทแรกคือพาร์ทฟัง เป็นพาร์ทที่เรามั่นใจมากว่าทำได้เอี้ยมากๆ ๕๕๕๕ ถ้าใครคุ้นเคยกับการฟังเราว่าพาร์ทนี้ชิวๆสบายยย
 
ส่วนฟังเนี่ยเราแนะนำอะไรมากไม่ได้ เพราะฝนแอบมั่วไปเยอะ ๕๕๕ แต่จะเขียนข้อควรละวังให้ค่ะ
 
- บทสนทนาหรือบรรยายเนี่ยเขาจะเปิดให้ฟังครั้งเดียวนะ ไม่ให้รอบอื่นให้ฟังแล้ว พลาดแล้วต้องมั่วเลย
- ระยะเวลาที่ให้เราฝนคำตอบค่อนข้างสั้น พอบทสนทนาจบแล้วต้องฝนเลยถ้าชักช้าก็จะเลยไปข้ออื่นทันที 
- หากเลยไปแล้วไม่สามารถกลับมาทำได้อีก 
- ห้ามจดโน้ตเลย (ข้อนี้เราเซ็งมาก ตอนที่เราฝึกเราเป็นคนจดโน้ตเพราะความจำสั้นเป็นปลาทอง)
- ต้องมีสมาธิมากๆ เพราะบางพาร์ทจะยาวเป็นนาที ถ้าหลุดคือหลุดเลยค่ะ กลับมาไม่ได้เลย
 
วิธีฝึกฟังของเราก็ไม่มีอะไรมาก ดูซีรี่ย์ฝรั่งค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ แนะนำซีรี่ย์เมก้าเลย เพราะ TOEFL ข้อสอบส่วนใหญ่สำเนียงมะกันอยู่แล้ว (ถ้าใครอยู่นานาชาติหรืออินเตอร์นี่เราว่าน่าจะสบาย แต่สำหรับคนที่ห่างไกลฝรั่งอย่างเราเรานี่สิ ...)
 
 
ต่อมาพาร์ทเขียน
 
เป็นข้อสอบ error กับ cloze test แบบสั้นๆค่ะ พาร์ทนี้เน้นแกรมม่าเลย ใครเรียนฝั่งไทย(อย่างเรา)น่าจะชอบ แกรมม่าล้วนๆเนี่ย ๕๕๕
 
พวก error เนี่ยเราว่าง่ายกว่าพวก cu-tep หรือ tu-get นะคะ เพราะงั้น ลองหาหนังสือข้อสอบของ cu-tep หรือ tu-get มาทำดู เราว่าถ้าทำอะไรยากๆแล้วมาเจอของง่ายๆจะหวานหมูเลย เพราะเราจะรู้แนวว่า มันต้องเล่นตรงนี้แน่ๆ ข้อสอบพวกนี้ปกติแล้วจะไม่ค่อยพลิกแพลงมาก ยิ่งทำเยอะก็รู้แนวเยอะค่ะ
 
 
พาร์ทสุดท้ายเป็นพาร์ทอ่าน
 
อ่านอย่างเดียว แนะนำให้ซื้อหนังสือมาทำค่ะจะ TOEFL tu-get cu-tep ก็ได้แล้วแต่ 
เขาจะให้แพสเสจมายาวๆ แล้วก็ถาม 5-6 ข้อ 
 
ข้อแนะนำสำหรับอ่าน (เป็นวิธีของเราเองนะ)
- อ่านคำถามก่อน ว่ามันถามอะไร อ่านคำตอบด้วยยิ่งดี 
- อ่านแพสเสจแบบคร่าวๆ ย้ำว่าคร่าวๆนะ ตรงไหนที่มาถามล่ะ อ่านแม่มเลย
- คำถามยอดฮฺตก็คือ main idea ของเรื่องคืออะไร เราแนะนำให้ทำทุกข้อให้เสร็จก็แล้วค่อยตอบข้อนี่ค่ะ
- หาเวลาไม่ทัน แบบอีกไม่กี่นาทีจะหมดแล้ว ให้ทำข้อที่ถามคำศัพท์ก่อนแล้วข้อที่มันถามว่า it that บลาๆ หมายถัึงอะไรในประโยค แล้วค่อยมามั่วข้ออื่นค่ะ แฮ่ Undecided
- พาร์ทนี้ใคร vocab ดีก็ดีเลย ศัพท์จะออกมาแบบไหนก็บ่ยั่น
- แน่นอนว่าต้องหาข้อสอบมาทำเยอะๆเช่นกันนะเออ
- แต่ถ้าใครไม่ชอบทำข้อสอบไม่ว่ากัน เพราะเราก็ขี้เกียจอันดับหนึ่ง หาหนังสืออังกฤษมาอ่านเลยค่ะ จะได้ชินกับการอ่านแล้วภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังได้เรื่องสำนวน คำศัพท์ แกรมม่าไปในตัวด้วยนะเออ เอาไปอ่านที่ไหนดูดีจะตาย อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเลยนะเฟร้ยยย (อ่านออกไม่ออกก็เป็นอีกเรื่องนึง) 
 
ใครว่าหนังสือภาษาอังกฤษแพง พอมีงานหนังสืออย่าลืมไปส่องหนังสือของ wordworth สิเล่มละ 99 มีตั้งแต่เล่มบางๆน่าอ่านไปจนถึงหนาเป็นสารานุกรม แถมเป็นหนังสือเก่าๆดังๆล้ำค่าทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นของ Alxendre Dumas หรือ Victor Hugo ก็มี ที่สำคัญ 99 บาทเองนะเออ ถึงอ่านไม่จบก็ไม่เป็นไร ถืิอว่าได้อ่านแล้ว แต่ขอให้อ่านไปได้เกินครึ่งเล่มเถอะนะ แบบอ่านหน้าสองหน้านี่ไม่เอานะเออ แถมเอาไปโม้ได้แบบว่า อ่อเรื่อง les misérables ของ Victor Hugo ใช่ไหม ฉันอ่านแล้ว แต่มันเศร้าเลยอ่านไม่จบ Undecided
 
 
 
จบครึ่งเช้า พอมาครึ่งบ่ายก็จะเป็น writing ค่ะ (มีเวลาพัก 1 ชม)
แนะนำอะไรได้ไม่มาก แต่คนที่เป๊ะ แกรมม่าและ vocab จะได้เปรียบค่ะ นอกจากนี้ถ้ามีความคิดดีก็ยิ่งได้เปรียบเข้าไปใหญ่  เราไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหรว่าเขาเอาอะไรเป็นเกณฑ์หลัก
 
ถ้าอยากเขียนได้ดีๆเนี่ยลองเรียงความตัวอย่างมาศึกษาได้ค่ะ ลองเสิร์ชในเน็ตดู
 
พาร์ทเขียนที่นี่จะให้เวลา 1 ชม มีหัวข้อให้เลือก 2 หัวข้อ เลือกมาหนึ่งข้อ มีกระดาษให้เขียน 3 แผ่น และที่ว่างให้เขียนอื่นๆอีก 1 แผ่น
 
 หัวข้อจะเป็นหัวข้อใกล้ๆตัวค่ะ อย่างของเราเจอ 
 
ระหว่างประสบการณ์ในตำราเรียนกับประสบการณ์จริงคุณคิดว่าอย่างไหนดีกว่ากัน จงเปรียบเทียบและอธิบาย
 
กับ
 
ในประเทศของคุณที่มีปัญหาความยากจน คุณคิดว่าพวก entertainer สมควรได้รับเงินตอบแทนเป็นจำนวนมากหรือไม่
 
เราเลือกอันที่สองค่ะ เพราะอันแรกเปรียบเทียบไม่ถูก​๕๕๕๕ ส่วนใหญ่มีแต่คนเลือกอันแรกนะ
 
ตอนแรกเรานึกว่าจะออกน้ำท่วม เตรียมศัพท์พวกนี้ไปเยอะเลย สุดท้ายไม่มีออกเลย แป่ววววว
 
 
 
จบวันแรก วันที่สองขอไม่พูดมาก แบบว่า เข้าไปมั่วอย่างเดียวอะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
 
วันที่สองเป็นวิชาสามัญ เลข วิิทย์ แล้วก็สังคมค่ะ ถ้าคนที่จะเข้าพวกอาร์ทจะมีสอบ drawing ช่วงบ่าย สอบเป็นภาษาอังกฤษหมดนะ
 
วิชาสามัญไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เราจะติดหรือไม่ติด แต่มันสำคัญหลังจากที่เราติดไปแล้ว
 
เลขจะมี 3 พาร์ท คือ ช้อยส์ เติมคำ แล้วก็บรรยาย เนื้อหาทั้งหลายเป็นเนื้อหาเลขเสริมซึ่งสายศิลป์ภาษาง่าวเลขอย่างเราทำได้ก็อัจฉริยะแล้ว ๕๕๕๕๕๕ (ยังไม่รู้เลยว่ามันคือเรื่องอะไร)
 
วิทย์ ช้อยส์อย่างเดียว เซาะกราวอย่างเราเนี่ยนะทำได้ ....
 
สังคม ช้อยส์อย่างเดียว ค่อนข้างน่ารักทีเดียว (บางข้อนะ) มีถามว่า
- ผู้นำเยอรมันใน WWII คือใคร 
- นโปเลียนแพ้สงครามที่ไหน ที่ทำให้ถูกขับไล่ออกนอกประเทศ
- ประเทศในอาเซียนมีกี่ประเทศ
- นายกของประเทศอังกฤษคือใคร
- ประเทศใดที่สูญเสียดินแดนไปหลัง WWI << ถามประมาณนี้เริ่มจำไม่ได้แล้วแฮะ
 
จำไม่ได้แล้ว ๕๕๕
 
 
 
 
หลังจากนั้นรออีกประมาณ 3 สัปดาห์ก็จะประกาศผลข้อเขียนแล้วก็จะสอบสัมภาษณ์ภายในอาทิตย์นั้นเลย
 
สอบสัมภาษณ์นี่เราไม่ได้เตรียมอะไรไปเลยอะ ๕๕๕๕​ เข้าไปยิ้มอย่างเดียว แล้วก็ตอบคำถาม ๕๕๕๕
 
เขาจะวัดว่าเราพุดได้รึเปล่า เท่านั้นเอง ไม่ต้องกลัวมาก 
 
จะมีอาจารย์สัมภาษณ์ทั้งหมด 3 ท่าน อาจจะเป็นตปท 1 ท่าน ไทย 2 ท่าน หรือ ตปท 2 ไทย 1 แล้วแต่เมเจอร์ของเราค่ะ เราเจอ ตปท 1 ไทย 2 ค่ะ
 
เข้าไป เราก็ไหว้เลย ไหว้หมดทุกคน จากนั้นก็ good morning ... หน้ายิ้ม
 
แต่ 
 
แต่
 
แต่
 
แต่
 
ตอนที่เราสัมภาษณ์มันตอนบ่ายอะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก อ.ตปทเลยทักว่า good afternoon สิ 
 
หน้าแตกโคตรๆ ๕๕๕๕๕ เราก็ยิ้มกลบเกลื่อนไป ๕๕๕
 
 
หลังจากนั้นอ.เขาก็จะบอกให้เรานั่งลง ขอเตือนไว้ก่อนนะห้ามนั่งจนกว่าอ.เขาจะบอกให้นั่ง
แล้วเขาก็จะให้เราแนะนำตัว ถ้าไปต่อไม่ได้แล้วก็หยุด เขาจะถามคำถามเราต่อเอง
 
อ.ตปท ค่อนข้างพูดให้เราหายเครียดค่ะ เขาจะพูดเล่นเป็นเพื่อนเราเลย
 
ที่เจอก็
- ทำไมถึงเลือก major นี้ 
- ทำไมถึงเรียนศิลป์ฝรั่งเศสตอนอยู่ม.ปลาย
- เรียนฝรั่งเศสเนี่ย เคยเป็นฝรั่งเศสไหม
   ข้อนี้ฮา ด้วยความเบลอตอนแรกๆเราตอบไปว่าไม่เคย แต่พึ่งนึกได้ว่าเคยไปนี่หว่าเลยบอกว่า เคย แต่จำไม่ได้แล้ว เพราะตอนนั้นอายุ 2 ขวบเอง ทีนี้ หัวเราะกันทั้งห้องเลย ๕๕๕๕๕๕๕๕
- แล้วเคยไปตปทไหม
- ไปทำไม ชอบอะไรในประเทศนั้น
 
ที่โหดๆขึ้นมาหน่อยก็
- รู้รึเปล่าว่าคณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร << ถ้าไม่รู้ก็บอกไม่รู้ไปตรงๆเลย ถ้าเรารู้แล้วจะมาเรียนทำไมล่ะ
- พอเรียนจบไปมีแพลนจะทำอะไร
   อันนี้แอบฮา เราตอบไปว่าอยากไปทำบริษัทใหญ่ๆอย่างโซนี่ (เพราะ ชอบเล่น Playstation ค่ะ << เกือบตอบไปแล้วว) จะได้รู้ว่าโครงสร้างของบริษัทใหญ่ๆเป็นยังไง ทีนี้อาจารย์เขาก็คุยกันว่า นึกว่าจะตอบว่า apple ซะอีก เด็กๆส่วนใหญ่น่าจะตอบว่างี้กันนะ 
 
ที่แอบตัวลอยก็
- เรียน english program มารึเปล่า
    เราตอบไปว่าเปล่าค่ะ เรียนภาคไทยธรรมดา 
       เอ๊ะ เค้าถามอย่างงี้หมายความว่าไง ... ชมเรารึเปล่า (คิดเข้าข้างตัวเอง Undecided)
 
 
 
 
ใครอ่านจบก็ลงชื่อหน่อยนะเออ ๕๕๕๕
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านไปก็ฮาไป ได้ความรู้ด้วย ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวนะคะ เรากำลังจะสมัครเข้า MUIC พอดีเลย

#18 By ลลิตา พูลจวง (178.153.182.25|178.153.182.25) on 2015-08-18 21:51

ผมเข้าปีหน้านะคร้าฟฟฟ ><
อยากถามว่า ถ้าไม่สอบอะไรเลยแบบSat,Ielts แต่ไปสอบของMuicโดยตรงจะมีโอกาศสูงหรทอน้อยกวาาพวกที่ยื่นครับ?
ผมจะเข้าHotelครับ ถ้าทำพวกวิชาสังตม เลข ไทย ไรพวกนี้ไม่ได้หลังจากติดแล้วจะมีผลยังไงหรอครับ

ตอบในนี้ก็ได้ครับ ผมอ่านทุกวัน

#17 By เมพ (101.108.211.215) on 2013-08-25 18:59

จขกท. ขออีเมลล์ไม่ก้เฟสหน่อยสิ
อยากคุยด้วยพอดีอยากเข้า MUIC :D

#16 By smukieie (27.145.166.8) on 2013-08-01 16:08

ขอบคุนสำหรับแนวทางนะคะ> < มีประโยชน์มากๆ กังวลมากเลยว่าจะสอบไหวมั้ย เพราะมาจากโรงเรียนไทยเหมือนกัน

#15 By luktarn (27.55.227.180) on 2013-07-20 12:02

พี่คะ ข้อสอบวิทย์ยากมั้ยคะ?sad smile

#14 By ... (103.7.57.18|101.109.203.126) on 2013-04-09 22:59

AAAAAAAAAAAAH I'm so glad the general knowledge won't affect the scores. Thank you for such an amazing post!!!!

#13 By Muantawan (103.7.57.18|171.7.84.92) on 2013-01-26 17:45

น่ารักมากเลยค่ะขอบคุณมากๆๆๆ สำหรับประสบการณ์ที่ดีมากอย่างนี้นะคะ อ่านแล้วใจชื้นขึ้นมาก อยากสอบติดเหมือนกันค่ะ cry

#12 By แอบปลื้มคนเขียนนะคะ>.< (103.7.57.18|125.26.226.108) on 2012-10-17 19:50

เราอยากรู้ว่า ตอนสัมภาษณ์เค้าใช้ port กันไหมอะครับ เราค่อนข้างไม่แน่ใจต้องการรู้มากครับ

#11 By sozeed (103.7.57.18|110.77.227.19) on 2012-09-13 14:01

ขอบคุณมากๆ ค่ะ พอดี search หาคำว่า muic พอดี ว่าจะไปสอบรอบตุลาที่จะถึงนี้อ่ะค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะที่แนะนำ ถ้าเล่นไลน์รบกวนแอดเราด้วยนะคะ nonuoo ค่ะ :)

#10 By noo (103.7.57.18|27.55.6.121) on 2012-07-23 21:22

ขอบคุณมากครับ ยาวแต่มีประโยชน์หมดเลย
ผมเองจะสอบวันเสาร์-อาทิตย์นี้แล้ว (21,22 ก.ค.)
วันแรก ผมชัวร์ๆว่าได้
ส่วนวันที่สอง เอาแค่พอรอดก้พอครับ 55555
ผมจะเข้า Biological Science แต่ประเด็นคือผมไปจบม.4-6 ที่แคนาดามาอะครับ เพราะงั้นพวกวิชาวิทย์ เลข อะไรพวกนี้ มันไม่แน่นเท่าเด็กไทย (แอบประหม่าเล็กๆ)
ยังไงก้แล้วแต่ ขอฝากตัวด้วยน้ะครับ
อ๋อๆๆๆๆ ผมชื่ออัพนะครับ แอด msn มาคุยกันนะครับ up_blizzard@hotmail.com
ยินดีที่ได้รู้จัก ชาว muic ทุกท่านนะครับ ^^ ไว้เจอกันในนั้นน้ะ

#9 By UP (103.7.57.18|110.171.80.254) on 2012-07-17 00:05

ขอถามได้ไหมคะ ว่าจบโรงเรียนมัธยมจากที่ไหนอะคะ ? UU
คือเราเรียนโรงเรียนไทยมา รัฐบาลด้วย ไม่เคยเลย ep
แล้วคือ มันกลัว กลัวมากค่ะ  :(
ว่าจะไม่ติด

#8 By menta.party (103.7.57.18|125.27.10.153) on 2012-06-19 20:04

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ :)

#7 By nikky (103.7.57.18|58.64.89.241) on 2012-06-19 09:43

ตอนเเรกเเอบเครียดเพราะจะไปสอบรอบกรกฎา เราเองเลขวิทย์สังคมเเบบพอถูใถไปได้ที่เเท้วิชาพวกนี้เขาไว้สอบวัดระดับว่าควรจะยัดเราไส้ห้องใหนไม่งั้นคงย้ายห้องเรียนกันให้วุ่น (เเอบโชคดีที่โรงเรียนเคยบังคับให้สอบtoeflเมื่อสองปีที่เเล้วเลยยื่นได้อย่างงงๆหลังจากที่รู้เพราะนึกว่าเขาจะเอาเเต่ของSATซะอีก) ไอ้เรียงความอะดิกลัวว่าหัวข้อจะไปหวยออกว่าได้อะไรที่เราไม่ค่อยรู้(ช่วงที่ผ่านมายิ่งงดอ่านข่าวที่ดรามม่าซับซ้อนซะด้วยสิ) เเต่ก็ดีอย่างที่ให้เวลามาชั่วโฒงหนึ่งจะได้ใช้เวลาคิด15นาทีเเรกเเล้วตรวจทานใน15นาทีสุดท้าย(จะได้ตรวจทานพวกคำที่หลุดหรือเขียนผิดรูปแบบเพราะเขียนเเบบไม่คิดชีวิต) 
ยังไงก็ขออวยพรเพื่อนร่วมสนามสอบเดือนกรกฎาว่า "Good luck, keep a close eye on your grammar tense, see you at MUIC if we got admitted together (if we applied for the same major)"

#6 By Rabbitongrass (103.7.57.18|58.8.34.132) on 2012-05-10 18:41

เราสอบรอบเดียวกับเธอเลยอะ แต่เราโง่ไงเลยติดพรี2 รอบล่าสุดเลยไปสอบ ielts มายื่นมันซะเลย แต่เราก็ต้องสอบ writing ใหม่อยู่ดี เราก็ตั้งใจเข้าที่นี่มากๆอะ :) หวังไว้ที่เดียวเลย ^__^

#5 By ขวัญใจ (58.11.168.203) on 2012-03-23 03:42

Search เข้ามาหาแนวข้อสอบ muic เลยแวะมาเจอ blog นี้ อิอิ เป็นประโยชน์มากเลยจ้าาา เราเลือกสอบช่วง 10-11 มีนาที่จะถึงนี้ พออ่านบล๊อคนี้ปุ๊บ เรารู้สึกดีมากเลย -//โยนหนังสือเลขทิ้ง หยิบ fics มาอ่านต่อ 555

หวังว่าเราจะได้เจอกันนะค่ะ ^^

#4 By Alice (223.205.95.241) on 2012-02-23 21:23

^
^
ขอบคุณค่ะ แอบกลัวว่าจะมีคนงงที่เราเขียนไหม ๕๕๕

writing ให้ 1 ชมเต็มๆเลยค่ะ ให้โอกาสและเวลานานดีชอบ ๕๕๕
เขียนได้ สนุกดี ครับ ขำตอน Good morning 5555
ผมก็จะไปสอบ รอบสุดท้ายนี้แหละ Writing เขาให้ 1 ชม เลยหรอ ปกติทั่วไปให้ 30 นาที ไม่ใช่หรอ 1 ชม นิ ให้เวลาเยอะเลยนะเนี่ยๆ แบบนี้ก็สบายเลยหล่ะสิ อิอิ
หวังว่าจะได้อยู่รุ่นเดียวกันนะๆ

#2 By Harumaki (101.109.96.29) on 2012-02-18 02:18

ยาวมาก แต่ก็อ่านจบ

#1 By แสนไกร on 2012-02-16 18:35